พลัสสมองเก่ง ผ่านประสบการณ์ที่มองเห็น

สมองเด็กมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิด โดยอัตราการเจริญเติบโตของสมองจะมากสุดในวัยเด็กเล็กจนถึง 4 ปี ซึ่งในวัยก่อนอนุบาลนี้เองที่ขนาดสมองเด็กจะโตจนเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ของขนาดสมองผู้ใหญ่ ช่วงวัย 4 ขวบแรกจึงนับว่าเป็นเวลาทองของการพัฒนาสมองเลยก็ว่าได้
ผู้ปกครองหลายคนที่เคยอ่านเรื่องนี้มักมีความกังวลว่า หากไม่เร่งพัฒนาการลูกตั้งแต่ก่อน 4 ขวบ จะทำให้ลูกมีระดับ IQ หรือสติปัญญา ที่ไม่สูง พ่อแม่หลายคนจึงให้ลูกเร่งเรียนตั้งแต่ยังเล็กก่อนวัยอนุบาล ซึ่งการเร่งเรียนก่อนวัยอันควรอาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะไม่ใช่ว่าสมองเด็กจะหยุดพัฒนาการแค่ถึงวัย 4 ขวบเท่านั้น ความจริงแล้ว สมองยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับโครงสร้างเส้นประสาทภายในสมอง จนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ดังนั้น IQ ของเด็กจะสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกเรื่อย ๆ แต่ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาของสมองอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยนี้ ทั้งสารอาหาร การดูแล สิ่งแวดล้อม สภาวะอารมณ์…… แต่ปัจจัยที่เราจะเอามาเล่าในบทความนี้คือ “ประสบการณ์การรับรู้” ค่ะ
มีนักวิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า “สมองเป็นอวัยวะเพียงหนึ่งเดียว ที่ถูกปั้นแต่งรูปร่างของมันได้ผ่านประสบการณ์รับรู้” ซึ่งจากการศึกษาและงานวิจัยได้พิสูจน์ว่า ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่คนเรารับรู้มีผลต่อพัฒนาการของสมอง ทั้งด้านโครงสร้างและสรีรวิทยาจริง
งานวิจัยยังค้นพบว่า การพัฒนาสมองผ่านประสบการณ์ที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดหากเป็นการเรียนรู้ที่เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง “ผ่านการมองเห็น” เช่น ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ประสบการณ์ที่ได้มอง ได้พบเห็นโดยตรง หรือ การเล่นที่มีการกระตุ้นประสาทสัมผัสการมองเห็น เช่น การเล่นของเล่นที่มีสีสัน หรือสร้างเสริมจินตนาการ เนื่องจากการมองเป็นช่องทางที่เกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุดของทุก ๆ ระบบประสาทสัมผัส (มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของการรับรู้ทั้งหมด)
ดังนั้น นักวิจัยจึงแนะนำว่า หากคุณพ่อคุณแม่อยากกระตุ้นสมองลูกให้มีความฉลาดเพิ่มขึ้นในวัยเด็กนี้ การเร่งรัดเรียนที่เร็วเกินไปอาจไม่ใช่วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้อง แต่ควรกระตุ้นสมองผ่านการเสริมสร้างประสบการณ์ลูกทางการมองเห็นต่าง ๆ ทั้งการเล่นที่มีสีสัน การมองภาพที่มีจินตนาการ การอ่านนิทาน หรืออ่านหนังสือความรู้ต่าง ๆ

เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ