จะทำอย่างไร เมื่อตาลูกต้องเผชิญแสงแดด
ผ่านไปแปปๆ ก็จะเข้าเดือนเมษาแล้วนะคะ คุณแม่หลายๆท่านคงทำใจเกี่ยวกับอากาศ อุณหภูมิ และความร้อนแรงของแสงแดดไว้บ้างแล้ว และแม้ว่าคุณแม่และทุกคนจะทราบดี ว่าแสงแดดเป็นอันตรายต่อดวงตาลูกและทุกคนในครอบครัว แต่ในชีวิตประจำวัน การเผชิญกับแสงแดดก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะเด็กๆที่ชอบเล่นสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของคุณผู้พ่อและคุณแม่ที่จะช่วยสอนและแนะนำวิธีปกป้องดูแลดวงตาให้กับเขา
ซึ่งข้อแนะนำแรกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ นั่นคือ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องดวงตาให้กับเด็ก เมื่อเด็กๆต้องอยู่ในที่ที่มีแสงแดดจ้าเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพาเด็กไปทะเล ซึ่งนอกจากจะมีแสงจากดวงอาทิตย์ที่จ้าแล้ว ยังมีแสงที่สะท้อนจากพื้นทรายและน้ำทะเลมาสู่ตาของเขาได้
เพราะที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้ว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่จะใส่ใจกับการปกป้องผิวหนังของเด็ก โดยการทาครีมกันแดด แต่ในประเทศไทย การใส่แว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาให้กับเด็กจะยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ เพราะคนมักจะมองว่า การสวมใส่แว่นกันแดดเป็นเรื่องของแฟชั่นเสียมากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วแว่นกันแดดเป็นตัวช่วยอย่างดีที่จะปกป้องดวงตาของเด็กจากรังสีอัลตร้าไวโลเลต (รังสี UV) ในแสงอาทิตย์ได้ โดยการเลือกแว่นกันแดดให้กับเด็กนั้น มีข้อที่ควรคำนึงถึงดังนี้
1. ป้องกันรังสี UV ได้
โดยควรเลือกแว่นกันแดดที่ได้มาตรฐาน และระบุว่ามีคุณสมบัติ UV protection ซึ่งแว่นกันแดดที่ดีนั้นควรป้องกัน รังสี UV ได้ 100% และสามารถป้องกันรังสีได้ทั้ง รังสี UV-A และรังสี UV-B
 
2. ความเข้มของแว่นกันแดด
ความเข้มของแว่นกันแดดไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่าแว่นกันแดดจะป้องกันรังสี UV ได้ และหากแว่นกันแดดถูกเคลือบด้วยสีเข้มแต่ไม่มีคุณสมบัติในการป้องกันรังสี UV จะยิ่งเป็นอันตรายต่อดวงตา เนื่องจากสีเข้มของแว่นจะหลอกให้รูม่านตาขยายและทำให้ดวงตาได้รับรังสี UV มากขึ้นไปอีก
 
3. ขนาดของแว่น
ยิ่งแว่นกันแดดมีขนาดกว้างและครอบคลุมดวงตาได้มาก ก็ยิ่งเป็นผลดีในการปกป้อง เราจึงควรเลือกแว่นกันแดดที่มีเลนส์ขนาดใหญ่ ปกปิดดวงตาได้รอบ แต่ก็ต้องพอดีกับรูปหน้า ไม่หลวมจนหลุดง่าย
4. ชนิดของเลนส์
ในปัจจุบันมีเลนส์ชนิด Polarized ซึ่งเป็นเลนส์ที่เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีคุณสมบัติในการลดแสงจ้า (glare) และแสงสะท้อน (reflect) ที่เกิดจากการที่แสงอาทิตย์สะท้อนกับพื้นผิวของวัตถุต่างๆ จึงป้องกันแสงและรังสี UV ที่สะท้อนเข้าตาได้มากกว่า ซึ่งแม้ว่าเลนส์ชนิดนี้จะมีข้อด้อย ที่ทำให้มองเห็นหน้าจออุปกรณ์สื่อสารเป็นริ้วสีรุ้ง เนื่องจากวัตถุเหล่านั้นมีระนาบการหักเหของแสงที่เท่ากับเลนส์ แต่ก็ถือว่าแว่นที่มีเลนส์ชนิด Polarized นั้นเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการป้องกันรังสี UV
และนอกจากแว่นกันแดดแล้ว การใส่หมวกที่มีปีกกว้างพอที่จะปกป้องดวงตาและผิวหนังโดยรอบได้ ก็เป็นอีกตัวช่วยสำคัญ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สมามารถเลือกหมวกที่มีปีก (ความกว้างของปีกมากกว่า 3 นิ้ว) ให้เด็กสวมใส่ เพื่อช่วยกรองรังสี UV อีกทางหนึ่ง