จะทำอย่างไร เมื่อลูกสายตาสั้น
ปัญหาสายตาสั้นในเด็กมักเกิดขึ้นโดยที่เด็กๆ ไม่รู้ตัว ดังนั้นคุณแม่จึงควรทำความรู้จักปัญหาสายตาสั้นในเด็ก เช็คความเสี่ยง รู้วิธีป้องกัน รวมถึงวิธีดูแลรักษาเมื่อลูกมีปัญหาสายตาสั้น วันนี้ดัชมิลล์ เจ็นไอ มีสาระความรู้และวิธีปฏิบัติเมื่อลูกรักสายตาสั้นมาฝากคุณแม่ทุกท่าน  ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ
ปัจจัยที่ทำให้ลูกเสี่ยงต่อปัญหาสายตาสั้น
•   คุณพ่อ หรือคุณแม่ มีภาวะสายตาสั้น (พันธุกรรม)
•   ลูกคลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกคลอดน้อย
•   ลูกทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาในระยะใกล้ (นอกจากเวลาเรียนปกติ) มากกว่าวันละ 1.5 ชั่วโมง
•   ลูกไม่ค่อยทำกิจกรรม หรือออกไปเล่นนอกบ้าน
หากคุณแม่สำรวจพบข้อใดข้อหนึ่ง ก็พอจะประเมินได้ว่าลูกรักมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสายตาสั้นได้ ควรนัดปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดสายตาให้แน่ใจ เพราะปัญหาสายตาส่งผลต่อการเรียนรู้ในวัยเด็กไม่น้อยเลยทีเดียว
วิธีลดความเสี่ยง หรือความรุนแรงของปัญหาสายตาสั้น
•   หมั่นสังเกตอาการตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น ขยี้ตา กระพริบบ่อยๆ ชอบมองวัตถุใกล้ๆ ดวงตา เป็นต้น
•   พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
•   จำกัดเวลาในการทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาในระยะใกล้ (นอกจากเวลาเรียนปกติ) ให้น้อยกว่าวันละ 3 ชั่วโมง
•   พักสายตาในการใช้อุปกรณ์ดิจิตอลที่มีหน้าจอทุกๆ 20 นาที
•   เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมนอกบ้านอย่างน้อยวันละ 90 นาที
•   สวมแว่นกันแดด หรือหมวกเมื่ออยู่กลางแจ้งที่มีแสงจ้า
วิธีดูแลรักษาเมื่อลูกมีภาวะสายตาสั้น
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้สายตาในการเพ่งมองวัตถุเป็นเวลานานๆ และทำกิจกรรมนอกบ้านให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ชม.ต่อวัน หรือ 11-14 ชม.ต่อสัปดาห์นั้นซึ่งงานวิจัยระบุว่าสามารถช่วยชะลดการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นได้
2. ใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ชนิดที่ขอบเป็นเลนส์สายตายาว (PDMCLs) หรือใช้คอนแทคเลนส์ชนิดเพื่อกดกระจกตา (Orthokeratology) โดยต้องปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดสายตา โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อความแม่นยำในการตัดแว่น ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าการใส่แว่นสายตาจะทำให้ปัญหาสายตาสั้นของลูกแย่ลง หรือจะทำให้ลูกติดแว่น
3. ใช้ยาหยอด เช่น Atropine Eye Drop ซึ่งสามารถช่วยชะลอการเพิ่มของสายตาสั้นได้

4. อีกหนึ่งวิธีเพื่อดูแลสุขภาพดวงตาของลูกน้อยที่คุณแม่สามารถทำได้ง่ายๆ ทุกวัน คือ การเลือกอาหาร และนมที่มีสารอาหารบำรุงสายตา เช่น ลูทีน วิตามินเอ โอเมก้า วิตามินซี เป็นต้น ให้ลูกรักได้รับสารอาหารเหล่านี้เป็นประจำ เพื่อดวงตาน้อยๆ ที่สดใส พร้อมเชื่อมโยงการเรียนรู้ได้ทุกๆ วัน