ช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงที่เด็กมักไม่สบายกันง่าย โดยสาเหตุอาจมาจากภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ และเชื้อโรคที่ระบาดในช่วงอากาศหนาวได้หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือเชื้อไวรัสโนโร(Noro virus) ที่เป็นเชื้อโรคที่เด็กหลายคนติดกันงอมแงมในหน้าหนาว บางคนอาการหนักจนต้องนอนโรงพยาบาล วันนี้เรามีความรู้เรื่องเชื้อโรคตัวนี้ที่ทำให้เกิดอาการในเด็กมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ
เด็กที่ติดเชื้อไวรัสจะมีอาการอย่างไร?
ไวรัสตัวนี้จะก่อให้เกิดอาการที่เรียกว่า “หวัดลงกระเพาะ” ผ่านการอักเสบที่กระเพาะอาหาร โดยคนที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายโรคอาหารเป็นพิษ คือ อาเจียนรุนแรง ปวดมวนท้อง ท้องเสีย ไข้ต่ำๆ อาการจะรุนแรงได้มากในเด็กเล็ก มักระบาดบ่อยในช่วงหน้าหนาว พบบ่อยตามสถานที่มีคนอยู่มาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานเลี้ยงเด็ก หรือ ร้านอาหาร
 
ลูกได้รับเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?
การติดเชื้อเกิดเมื่อเด็กได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากหรือทางอากาศ มักพบว่าติดต่อได้หลายทาง เช่น การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงไม่สุก รวมถึงการสัมผัสผู้ป่วยหรือสิ่งของที่มีเชื้ออยู่ แล้วนำนิ้วเข้าปาก ดังนั้นจึงมักพบการระบาดอย่างรวดเร็วในโรงเรียนเด็กเล็กระดับอนุบาลหรือประถม นอกจากนี้การอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่อาเจียนก็สามารถทำให้ติดเชื้อผ่านทางการหายใจได้ค่ะ
 
ทำอย่างไร ไม่ให้ลูกติดเชื้อไวรัสนี้?
เนื่องจากการติดเชื้อส่วนมากมักมาจากทานอาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน จึงควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคจากผู้ป่วย หรือใช้หลักการ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ควรล้างมือด้วยสบู่ ถูให้ทั่วนาน15 วินาทีทุกครั้งก่อนทานอาหาร และหลีกเลี่ยงการนำมือเข้าปาก
 
หากเด็กมีอาการ จะรักษาอย่างไร?
เมื่อมีอาการติดเชื้อควรเริ่มจากรักษาตามอาการ ให้ยาแก้อาเจียน ถ้าถ่ายมากจนขาดน้ำควรให้สารละลายเกลือแร่หรือน้ำเกลือเพื่อทดแทนการเสียน้ำและเกลือแร่ ส่วนการให้ยาปฏิชีวนะไม่ได้มีประโยชน์ในการรักษาการติดเชื้อโนโรไวรัส เพราะยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแต่ไม่ฆ่าเชื้อโรคชนิดไวรัสค่ะ