ความเครียดเป็นภาวะที่เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่เด็กก็อาจจะเกิดความเครียดกังวลสะสมได้ แต่เนื่องจากพัฒนาการสื่อสารของเด็กยังไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ ทำให้เมื่อเด็กเครียดไม่สามารถอธิบายออกมาให้พ่อแม่รู้ได้ทันที หากเด็กที่มีความเครียดสะสมไว้นานถูกปล่อยไว้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการร่างกายและอารมณ์ได้อย่างมาก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรรู้จักสัญญาณทางร่างกายหรือพฤติกรรมที่เป็นตัวบ่งบอกได้ว่าลูกน้อยเริ่มเกิดความเครียดดังต่อไปนี้ค่ะ
1) อารมณ์เปลี่ยนแปลง
เด็กที่เครียด อาจจะไม่ได้แสดงออกในลักษณะกังวลอย่างเดียว แต่อาจจะเป็นอารมณ์ชนิดอื่นๆร่วมด้วย เช่น หงุดหงิดง่ายขึ้นกว่าเดิม ขี้โมโห ร้องไห้ง่าย ซึมเศร้า ไม่ร่าเริงเหมือนปกติ
2) พฤติกรรมถดถอย
เด็กอาจจะแสดงอาการเหมือนกลับมาเด็กลงกว่าวัย เช่น กลับติดแม่มากขึ้น ดูดหรืออมนิ้ว ปัสสาวะรดที่นอน ไม่ยอมทำอะไรที่เคยทำเองได้ เช่น จากที่เคยอาบน้ำแต่ตัวเองได้ ก็กลับมาอ้อนให้แม่ทำให้
3) อาการทางร่างกาย
เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น สมองจะหลั่งสารเคมีไปยังร่างกายส่วนต่างๆ ทำให้เด็กเกิดอาการผิดปกติได้ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดศีรษะ อ่อนแรง
4) การกินการนอนเปลี่ยนไป
อาจจะมาในลักษณะมาเกินปกติ เช่น กินเก่งขึ้น ง่วงนอนมากขึ้น หรือน้อยกว่าปกติ เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หรือบางคนมาในลักษณะอื่น เช่น หลับๆตื่นๆ ฝันร้าย
เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ให้ลองสอบถามจากลูก หรือถ้าลูกยังไม่สามารถเล่าได้อาจลองหาสาเหตุที่ทำให้ลูกเกิดความเครียดหรือวิตกกังวลได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และรีบช่วยเหลือแก้ไขสาเหตุนั้น จะช่วยให้พัฒนาการของลูกเป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้นค่ะ